ข้าวฟ่างเปียกสาเกเชื่อมนมสด

The benefits of millet 33-1

The benefits of millet 33-1

ประโยชน์ของข้าวฟ่าง

ในปัจจุบันคุณจะเห็นได้ว่า มีคนจำนวนไม่น้อยที่เริ่มหันมาดูแลตัวเองโดยการออกกำลังกาย และเลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ สำหรับอาหารยอดฮิตที่เหล่าคนรักสุขภาพคุ้นเคยคงหนีไม่พ้นธัญพืชชนิดต่างๆ และหนึ่งในนั้นก็คือ ข้าวฟ่างค่ะ ซึ่งวันนี้เราจะพาคุณไปดูหลากประโยชน์ของข้าวฟ่างว่ามันมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไร จะตรงกับที่คุณทราบมามากน้อยแค่ไหน เราลองมาดูพร้อมกันเลยค่ะ

  1. มีสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ ข้าวฟ่างทุกชนิดอุดมไปด้วยโพลีฟีนอล ซึ่งอัดแน่นไปด้วยสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ ทั้งนี้สารโพลีฟีนอลจะช่วยกำจัดอนุมูลอิสระออกจากร่างกาย และป้องกันการเกิดโรคร้าย ไล่ตั้งแต่โรคหัวใจไปจนถึงโรคมะเร็ง นอกจากนี้ข้าวฟ่างยังมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และต่อสู้กับไวรัส
  2. ควบคุมโรคเบาหวาน ข้าวฟ่างส่วนมากมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ และอุดมไปด้วยไฟเบอร์ชนิดที่ละลายน้ำได้ อีกทั้งยังทำให้ร่างกายควบคุมน้ำตาลได้ดีขึ้น ทำให้ข้าวฟ่างเป็นซีเรียลที่เหมาะกับคนที่เป็นโรคเบาหวาน อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงการจัดการกับโรคเบาหวานประเภท 2 ข้าวฟ่างสามง่าม (Finger millet) ถือเป็นสุดยอดอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุแมคนีเซียม ซึ่งเจ้าสารอาหารชนิดนี้ช่วยให้ตัวรับอินซูลินทำงานได้มีประสิทธิผลมากขึ้น และลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยพบว่า การทานอาหารที่มีแมคนีเซียมสูงสามารถช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคเบาหวานได้มากถึง 30 %
  3. ดีต่อหัวใจ ข้าวฟ่างเป็นแหล่งของแมคนีเซียม ซึ่งมันสามารถช่วยลดความดันโลหิต และความเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว และโรคหลอดเลือดสมองที่เกิดจากภาวะหลอดเลือดแข็ง ซึ่งเป็นภาวะที่หลอดเลือดแดงตีบแคบเพราะมีไขมันสะสมที่เส้นเลือด ยิ่งไปกว่านั้น ข้าวฟ่างยังเป็นแหล่งของธาตุโพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ดีต่อหัวใจ ทั้งนี้มีงานวิจัยพบว่า ข้าวฟ่างสามง่ามสามารถช่วยให้ระดับของคอเลสเตอรอลชนิดดีเพิ่มขึ้น
  4. ปกป้องคุณจากโรคมะเร็ง นักวิจัยพบว่า สารฟีโนลิกบางประเภทที่พบได้ในข้าวฟ่างอาจช่วยป้องกันโรคมะเร็งหลายชนิดทั้งในระยะเริ่มต้น และระยะลุกลาม ซึ่งหมายความรวมถึงโรคมะเร็งเต้านมและโรคมะเร็งลำไส้ นอกจากนี้สาร Anti-tumorigenic ที่พบได้ในข้าวฟ่าง สามง่ามยังช่วยต่อสู้กับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวซีเอ็มแอล (Chronic Myeloid Leukemia – CML ) ซึ่งเป็นมะเร็งเม็ดเลือดชนิดที่พบได้น้อย
  5. ทำให้กระดูกแข็งแรง ข้าวฟ่างสามง่ามมีแคลเซียมมากถึง 344 มิลลิกรัม ซึ่งมากกว่าปริมาณแคลเซียมที่พบได้ในนม ทั้งนี้แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่ช่วยสร้างกระดูก หากขาดแคลเซียม กระดูกของคุณก็จะเปราะและอ่อนแอ และด้วยความที่ร่างกายไม่สามารถผลิตแคลเซียม มันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรได้รับแร่ธาตุชนิดนี้จากอาหาร นอกจากนี้ข้าวฟ่างสามง่ามยังเป็นแหล่งของธาตุแมคนีเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ช่วยรักษากระดูกให้แข็งแรง ในขณะที่มีบางงานวิจัยพบว่า ธาตุแมคนีเซียมอาจลดความเสี่ยงที่กระดูกจะแตกหักและลดโอกาสที่จะเกิดโรคกระดูกพรุน
  6. ช่วยย่อยอาหาร ถ้าคุณป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารอย่างท้องเสีย ท้องผูก และก๊าซ มันก็อาจเป็นเพราะว่าคุณทานอาหารที่มีไฟเบอร์ต่ำ อย่างไรก็ดี ข้าวฟ่างมีแป้งที่ทนต่อการย่อย และไฟเบอร์ชนิดที่ละลายน้ำได้และละลายน้ำไม่ได้สูงมาก ซึ่งมันสามารถควบคุมกระบวนการย่อยอาหาร และป้องกันไม่ให้อาหารในทางเดินอาหารเคลื่อนเร็วหรือช้าเกินไป และด้วยความที่ข้าวฟ่างเป็นธัญพืชที่ปลอดกลูเตน มันจึงช่วยลดปัญหาที่เกี่ยวกับกระเพาะอาหารที่เกิดขึ้นจากการเป็นโรคแพ้กลูเตน
  7. ป้องกันนิ่วในไต ไฟเบอร์ในข้าวฟ่างยังมีประโยชน์ตรงที่มันสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไต อาหารที่มีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้สามารถเร่งการส่งอาหารที่ยังไม่ย่อยไปสู่ลำไส้ และลดการหลั่งกรดน้ำดี ซึ่งทำให้เกิดนิ่วในไตในความเป็นจริงแล้ว มีงานวิจัยระยะยาวพบว่า ผู้หญิงที่ทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคนิ่วในไตลดลง 17 % ซึ่งมากกว่าคนที่ไม่ได้ทานอาหารที่มีไฟเบอร์
  8. ช่วยควบคุมน้ำหนัก ธัญพืชเต็มเมล็ดที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์มักติดโผอยู่ในอาหารที่ช่วยลดน้ำหนัก และข้าวฟ่างก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้น ข้าวฟ่างจะช่วยทำให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้น ซึ่งมันจะช่วยให้คุณไม่ทานขนมในระหว่างมื้อ นอกจากนี้ความสามารถในการลดคอเลสเตอรอล และเพิ่ม Insulin activity ของข้าวฟ่าง ช่วยให้คุณควบคุมน้ำหนักได้สำเร็จเช่นกัน

Ingredients sake, wet sake, fresh milk welding 33-2

ส่วนผสม ข้าวฟ่างเปียกสาเกเชื่อมนมสด

ข้าวฟ่าง
นมสดรสหวาน
ดอกอัญชัน
สาเกเชื่อม

How to make sake wet millet, welding fresh milk 33-3

วิธีทำข้าวฟ่างเปียกสาเกเชื่อมนมสด

  1. ต้มข้าวฟ่างด้วยน้ำดอกอัญชันคั้น จนกระทั่งข้าวฟ่างสุก
  2. หั่นสาเกเชื่อมใส่ก้นถ้วย ตักข้าวฟ่างใส่ลงไปแล้วเกลี่ยให้มีช่องตรงกลาง
  3. ใส่สาเกเชื่อมลงไปอีกครั้ง เทนมสดรสหวานราดลงไป
  4. ตักใส่ถ้วย รอเสริฟ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*